วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนกันหรือยัง!


อีกสามปีเท่านั้น คือ ในปี พ.ศ.2558 ประเทศไทยจะต้องเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ AEC หรือ Asean Economic Community (ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อพัฒนาประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เข้มแข็งในทุกด้าน โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการแลกเปลี่ยนแรงงานระหว่างกัน

ประเทศในอาเซียน มีอยู่ 6 ประเทศที่มีจุดเด่นในด้านต่างๆ รับหน้าเสื่อเป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกด้านของภูมิภาค พม่า รับผิดชอบด้านสาขาเกษตรและประมง มาเลเซีย รับผิดชอบสาขาผลิตภัณฑ์ยางและสาขาสิ่งทอ อินโดนีเซีย รับผิดชอบสาขาภาพยนต์และสาขาผลิตภัณฑ์ไม้ ฟิลิปปินส์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์ สิงคโปร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและสาขาสุขภาพ และประเทศไทย รับผิดชอบด้านสาขาการท่องเที่ยวและสาขาการบิน เนื่องจากมีชัยภูมิอยู่ตรงกลางภูมิภาคพอดิบพอดี

นั่นหมายถึง แรงงานในประเทศต่างๆ ของภูมิภาคอาเซียน ไล่ตั้งแต่ สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ พม่า ลาว กัมพูชา ฯลฯ สามารถเดินทางไปมาหาสู่และทำงานในประเทศเหล่านี้ได้อย่างอิสระเสรี เปรียบเหมือนเป็นประเทศเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่สำคัญอย่างมากคือเรื่องของการสื่อสาร ทุกคนจะพูดภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน ดังนั้นใครที่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษ จะมีความได้เปรียบอย่างมาก เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ควรจะเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนด้วยการเรียนภาษาอังกฤษกันไว้เพื่ออนาคต



ข้อได้เปรียบของคนที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี หรือคนที่เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนด้วยการเรียนภาษาอังกฤษไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถเดินทางไปทำงานยังประเทศต่างๆ ในละแวกอาเซียนได้อย่างเสรี โดยเฉพาะอาชีพในกลุ่มอุตสาหกรรมซอร์ฟแวร์ ซึ่งมีประเทศสิงคโปร์เป็นหัวหอกหลักในการขับเคลื่อน จริงๆ แล้วคนไทยเก่งเรื่องซอร์ฟแวร์ แต่ปัจจุบันได้ค่าแรงถูกมากกว่าต่างชาติ สิงคโปร์จึงเป็นตลาดที่น่าสนใจสำหรับแรงงานไทยในด้านซอร์ฟแวร์

ข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งของการประกอบอาชีพสำหรับคนไทยที่เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนด้วยการเรียนภาษาอังกฤษไว้และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้น่าจะเป็นการลงทุนด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวนั้น เป็นตลาดที่ใหญ่โตมากภายในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกันเอง จำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 600 ล้านคนสามารถเดินทางไปมาหาสู่ท่องเที่ยวกันได้อย่างอิสระ และหากอนาคตมีการผลักดันให้นักท่องเที่ยวจากประเทศนอกเหนืออาเซียนสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศในอาเซียนได้อย่างอิสระ โดยขอวีซ่าครั้งเดียวไปได้ทั่ว จะยิ่งทำให้ตลาดท่องเที่ยวของ AEC ใหญ่โตมโหฬาร

การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนด้วยการเรียนภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่สำคัญสำหรับการไปทำงานต่างประเทศเท่านั้น แต่แม้กระทั่งทำงานในประเทศไทยก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากจะมีคนอาเซียน เข้ามาอยู่ในไทยมากมายไปหมด และมักจะพูดภาษาไทยไม่ค่อยได้ แต่จะใช้ภาษาอังกฤษ เพราะ AEC มีมาตรฐานว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางใน AEC และ ป้ายต่างๆ หนังสือพิมพ์ สื่อต่างๆ จะมีภาษาอังกฤษมากขึ้น

แต่สิ่งที่คนไทยต้องยอมรับกันอย่างไม่อาจปฏิเสธได้เลย คือ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการศึกษาภาษาอังกฤษในประเทศไทย ยังไม่อาจเทียบได้เลยกับประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ หรือฟิลิปปินส์ คนไทยแม้จะรู้ภาษาอังกฤษ แต่ยังขาดทักษะในการสื่อสาร พูดง่ายๆ ก็คือ สถาบันการศึกษาในประเทศไทย สอนให้เด็กท่องจำภาษาอังกฤษเพื่อสอบมากกว่าการนำไปใช้จริง

ที่น่าเป็นห่วงสำหรับแรงงานไทยในอนาคตคือ นับแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย กลับลดเวลาเรียนภาษาอังกฤษลง จากเดิมสัปดาห์ละเพียง 2 ชั่วโมง ลงมาเหลือเพียงสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น แถมข้อสอบภาษาอังกฤษของประเทศไทย ยังคงเป็นแบบเลือกตอบ ซึ่งเป็นการสอบแบบท่องจำมากกว่าการที่จะได้ใช้ความคิด ฝึกทักษะการเขียน การอ่าน การพูด การฟัง เรียกว่าทักษะทุกด้านของภาษาอังกฤษสำหรับเด็กไทยนั้น อ่อนมาก น่ากังวลใจว่า หากต้องไปทำงานร่วมกับชาวอาเซียนกว่า 600 ล้านคน แล้วจะเป็นอย่างไร นี่คือการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนสำหรับประเทศไทยที่ถูกต้องและพร้อมสำหรับ AEC แล้วจริงหรือ?

จริงๆ แล้ว ประเทศเพื่อนบ้านของไทยทั้งหลาย กำลังตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาบุคลากรของตนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนกันอย่างเอาจริงเอาจัง แต่เมื่อมองย้อนกลับมาดูในประเทศไทยเราเอง ยังแทบจะไม่เห็นวี่แววใดๆ เลย ผลวิจัยของสมาคมวิจัยการตลาดแห่งประเทศไทยยิ่งทำให้น่าตกใจ เมื่อพบว่า คนกรุงเทพฯ และปริมณฑลรู้เรื่องการเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอีกสามปีข้างหน้าไม่ถึง ร้อยละ 50 และยังมีคนไทยอีกกว่าครึ่งยอมรับว่าไม่เคยได้ยินและไม่เข้าใจคำนี้ ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มตัวอย่างที่มีอายุ 25-49 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มหลักในการขับเคลื่อนประเทศ กลายเป็นช่วงอายุของคนที่ทราบรายละเอียดของ AEC กันน้อยกว่าคนช่วงอายุอื่นเสียอีก

มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่นักเรียนไทย หรือผู้ที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานในอนาคตต้องทำอะไรสักอย่าง ต้องเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนกันอย่างจริงจังสำหรับระยะเวลาที่เหลืออีกเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้น

ถ้ามัวหวังพึ่งแต่การศึกษาภายในประเทศ มีหวังไม่ทันกิน ออกไปสู้กับแรงงานที่มีคุณภาพ และเก่งภาษาอังกฤษจากประเทศอื่นๆ ในย่านอาเซียนลำบากแน่นอน หากมีโอกาสควรจะลงทุนสำหรับอนาคต เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนด้วยการเรียนภาษาอังกฤษระยะสั้นที่ต่างประเทศ เรียนรู้การใช้ภาษาอังกฤษอย่างเป็นธรรมชาติและสร้างความคุ้นชินต่อชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้.

สนใจเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน คลิกดูรายละเอียดตามหัวข้อด้านล่างนี้ได้เลย

เรียนภาษาอังกฤษที่อเมริกา
เรียนภาษาอังกฤษที่ออสเตรเลีย
เรียนภาษาอังกฤษที่อังกฤษ
พิเศษ! เรียนภาษาอังกฤษที่ลอนดอน พร้อมทั้งชมมหกรรมโอลิมปิก
เรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์

www.uplusstudy.com
 




อ้างอิง
        - องค์ความรู้ "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน", AEC คืออะไร, http://www.thai-aec.com/41
        - คุณนิติ นวรัตน์, ปัญหาของประชาคมอาเซียน, http://www.nitipoom.com/Article1Item.aspx?ID=4071
        - คุณนิติ นวรัตน์, ขอเขียนเรื่องประชาคมอาเซียนอีกครั้ง, http://www.nitipoom.com/Article1Item.aspx?ID=4084

วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ไปเรียนนอกไม่แพงอย่างที่คิด...

ป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่กำลังจะไปเรียนต่อต่างประเทศแบบฉัน โดยเฉพาะคนที่เริ่มต้นในการค้นหาตัวเอง ว่าเรียนเมืองนอกจะเริ่มยังไง และจะเรียนอะไรดีนั้น ต้องการข้อมูลที่ดีและมั่นใจว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่จะต้องเสียไปอย่างไม่สูญเปล่า ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ทำให้ฉันรู้ว่า ไปเรียนนอกไม่แพงอย่างที่คิดหรอกนะ



หลายๆ เว็บไซต์ที่ฉันเข้าไปดู ต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่ฉันรู้สึกว่าทุกแห่งนั้น เน้นที่จะขายของแพคเกจเรียนต่อให้กับลูกค้ามากเกินไป และราคาที่ค่อนข้างแพงสำหรับลูกพ่อค้าธรรมดาๆ ที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก คงไม่ดีแน่หากจะเสียเงินเพื่อไปเรียนเมืองนอก แล้วกลับมามือเปล่า มันจะไม่มีสักแห่งเลยเหรอ ที่เข้าใจหัวอกของคนที่อยากเรียนนอก แต่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมาย คนฐานะปานกลางอย่างฉันจะได้มีโอกาสกับเขาบ้าง

ฉันเปิดปิดเว็บไซต์ต่างๆ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา กับ เอเจนซี่หลากหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น IDP, EDEN, Vakom,  uplus ซึ่งเป็นเจ้าหลังเนี่ยแหละ ที่ฉันรู้สึกว่าจะเปิดปิดอยู่บ่อยครั้งกว่าคนอื่น (อาจเป็นเพราะมีข้อมูลและราคาที่โดนใจ คำปรึกษามากมายที่ฉันได้รับ ทำให้ฉันพบเจอและเข้าใจได้ทันทีว่า นี่แหละ ไปเรียนนอกไม่แพงอย่างที่คิดจริงๆ ที่สำคัญเว็บเขาสวยมาก อิอิ)

จากเว็บไซต์หลัก ฉันเริ่มเข้าไปพูดคุยในเฟซบุ๊คของแต่ละที่ เพื่อให้แน่ใจอีกครั้ง ว่าฉันจะเลือกไปเรียนเมืองนอกจะเริ่มยังไง กับใครดี ... ใครที่จะให้ความมั่นใจฉันได้ ว่าจะไม่เคว้งและสูญเปล่า และเป็นเรื่องที่ต้องแปลกใจอีกครั้ง ที่รู้สึกว่า เอเจนซี่ต่างๆ นั้น ทุกแห่งมีหน้าเพจของตัวเองในเฟซบุ๊ค แต่ทำไมกันนะ ทำไมไม่ค่อยมีการพูดคุยโต้ตอบกันระหว่างคนที่อยากไปเรียนเมืองนอก กับการนำเสนอข้อมูลดีๆ น่าสนใจเลย พวกเขาไม่เข้าใจเหรอ ว่ายุคสมัยนี้ ไม่สะดวกนักหรอก หากต้องนั่งรถไปหาแต่ละที่ให้วุ่นวาย ยกเว้นแฟนเพจของยูพลัส ที่มีคนมาตอบ มาคุยกับฉันบ้าง (บางครั้งอาจจะนานไปหน่อยกว่าจะตอบ แต่ก็โอเคนะ :))

ตอนนี้เหลือเวลา อีกไม่กี่เดือน ที่ฉันจะต้องตัดสินใจครั้งสุดท้าย กับเงินเก็บที่ฉันมี เพื่อซื้ออนาคตที่ดีให้กับตัวเอง แต่อย่างน้อยฉันก็พอจะรู้ใจตัวเองแล้ว ว่าไปเรียนเมืองนอกจะเริ่มยังไง เรียนที่ไหนดี (แต่ยังไม่แน่ใจนัก ขอเวลาอีกสักหน่อย) ฉันพบคำตอบแล้วว่าไปเรียนเมืองนอกไม่แพงอย่างที่คิด มันเป็นเรื่องจริง  และใครที่ฉันจะขอข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับอนาคตของฉันได้...

ฉันกำลังคิดว่าประเทศอังกฤษน่าจะเป็นจุดหมายที่เหมาะสมที่สุด และน่าจะมีประโยชน์มากที่สุดสำหรับฉัน แม้หลายคนจะเข้าใจว่า ไปเรียนอังกฤษต้องใช้เงินมากมายและแพงเหลือเกินไม่ใช่เหรอ... แล้วทำไมฉันถึงเลือกอังกฤษล่ะ คำตอบที่ฉันตอบได้คือ คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับคำบอกเล่าจากคนที่ไปเรียนในสถาบันแพงๆ จึงคิดว่ามันแพงไปเสียทั้งหมด จริงๆ แล้วประเทศอังกฤษหรือประเทศไหนก็ตาม ยังมีที่เรียนที่ราคาไม่แพงมากนักอยู่อีกเยอะ อย่างที่บอกนั่นแหละ ว่าไปเรียนนอกไม่แพงอย่างที่คิด :D อย่างที่ฉันเลือกประเทศอังกฤษนี้ ค่าเรียนที่ฉันต้องเสีย เพียงแค่ 59,590 บาทเท่านั้นเองแหละ :) (ถ้าใครจะไปออสเตรเลีย 99,200 และ อเมริกา 73,120 ถูกเหมือนกัน ไปเรียนนอกไม่แพงอย่างที่คิด อิอิ)



สุดท้ายนี้ ฉันต้องขอบคุณเว็บไซต์ uplus ที่ทำให้ความฝันฉันเป็นจริง ฉันสามารถไปเรียนนอกไม่แพงอย่างที่คิดได้ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ที่ช่วยให้ฉันตัดสินใจได้มากขึ้นว่าเรียนเมืองนอกจะเริ่มยังไง และฉันควรจะเรียนอะไรดี...

---------------------------------------------------------------

เรียนเมืองนอกไม่แพงอย่างที่คิด กับ 9 คำถามก่อนการตัดสินใจเลือกสาขาวิชาเรียนที่ต่างประเทศ

1. ทำไมคุณถึงต้องการเรียนสาขานี้
มันดูไม่คอมมอนเซ้นท์เอาซะเลยกับการเลือกสาขาวิชาเรียน โดย ให้ผู้อื่นตัดสินใจให้ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคือ สมาชิกในครอบครัว โดยการที่บางทีพ่อหรือแม่ของนักเรียนคนนั้นๆ จบจากสาขานี้มา หรือการที่พวกเขาเห็นโอกาสในการประกอบอาชีพโดยพิจารณาจากพื้นฐานการประกอบ อาชีพของแต่ละคนในครอบครัว แต่มันถูกต้องแล้วหรือ กับการที่จะให้ผู้อื่นมาตัดสินใจการดำเนินชีวิตทั้งชีวิตของเราในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้นถ้านั่นเป็นสิ่งที่คุณไม่ได้สนใจเลย และคุณก็ไม่มีโอกาสได้เลือกด้วยตัวคุณเอง

2. คุณรู้จักสาขาวิชานี้ดีพอรึยัง
บางสาขาวิชา ฟังดูดีสำหรับคุณก่อนการได้เข้าเรียนจริงๆ เช่น บางคนพบว่าสาขาที่ตนเองเรียนนั้น เป็นสิ่งที่ตนเองไม่เคยได้เรียนมาก่อน และคุณไม่เคยรู้จักมันด้วยซ้ำ หรือคุณอาจจะเรียนสาขาวิชานั้นๆ ได้ดีในระดับมัธยม แต่เมื่อคุณต้องเข้าเรียนในระดับที่สูงขึ้น วิชาที่คุณคิดว่าเคยเรียนได้ดีมาก่อนนั้น จะต้องเรียนในระดับที่ละเอียดกว่ามาก ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชาใดๆนั้น ควรจะศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดของสาขานั้นๆให้แน่ใจก่อน

3. สาขาวิชาที่คุณเลือกนั้น จำเป็นต้องเรียนอะไรบ้างบางที คุณอาจจะคิดว่าสาขาที่คุณต้องการจะเลือกเรียนนั้น ฟังดูน่าสนุกในตอนแรก แต่คุณอาจจะต้องปวดหัวไปเลยทีเดียว เมื่อได้ทราบว่าสาขานั้น จำเป็นต้องเรียนอะไรบ้าง เช่น คุณอาจจะเลือกเรียนวิชาจิตวิทยาเกี่ยวกับเด็ก ซึ่งฟังดูน่าจะเป็นสาขาวิชาที่สนุก ซึ่งคุณอาจจะชอบเกี่ยวกับเด็ก และคิดว่าคงจะเรียนได้ แต่เมื่อคุณได้ทราบถึงวิชาบังคับอื่นๆที่จะต้องเรียนอีกมากมาย เช่น วิชาการคิดทางจิตวิทยา, วิชาจิตวิทยาเบี่ยงเบน หรือวิชาจิตวิทยาทางสังคม และ อื่นๆอีกมากมาย ซึ่งยังไม่รวมถึงวิชาสถิติอีกต่างหาก คุณอาจจะต้องตกตะลึงไปเลยว่าทำไมคุณมาเลือกเรียนสาขาวิชานี้เนี่ย แต่นี่ก็ไม่ได้เป็นการบอกให้คุณตัดสินใจที่จะไม่เลือกสาขาวิชานั้นๆ เพราะมีวิชาบังคับอื่นๆ แต่เพื่อเป็นการแนะนำคุณในการเช็คดูให้ละเอียดเสียก่อนว่ามีวิชาบังคับเยอะ หรือไม่ที่คุณคิดว่าจะไม่สามารถเรียนได้ หรือไม่ชอบ เพื่อง่ายต่อการพิจารณาเลือกสาขาวิชาของคุณเอง  
4. สถาบันที่คุณเลือกนั้น โดดเด่นทางสาขานี้หรือไม่
โดยเฉพาะการถูกจำกัดทางด้านงบประมาณ ซึ่งอาจจะยากในการเลือกของคุณมากยิ่งขึ้น ซึ่งสถาบันแต่ละสถาบันนั้นไม่ได้โดดเด่นไปทุกสาขาวิชา แม้กระทั่งในสถาบันดีๆที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อาจจะไม่โดดเด่นทางสาขาที่คุณจะเลือกก็ได้ หากเลือกเรียนสาขาที่เหมาะสม ตรงกับความสามารถและเป้าหมายของชีวิต จะพบว่า เรียนเมืองนอกไม่ต้องเสียเงินแพงๆ ในมหาวิทยาลัยดีๆ ดังๆ เสมอไป เรียนเมืองนอกไม่แพงอย่างที่คิดหรอก

5. อาชีพใดที่เหมาะกับสาขาวิชาของคุณ
ปัจจุบันนี้ นักเรียนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญว่าตนเองจะทำอะไรดีหลังจากเรียนจบสาขาวิชา นั้นๆมา ก่อนการตัดสินใจเลือกสาขาวิชา ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ใช่เสมอไป เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่จะพิจารณาจากเงื่อนไขการประกอบอาชีพในปัจจุบัน โดยไม่ได้คำนึงถึง หรือวางแผนถึงความเป็นไปได้ในอีก 2-3 ปี หลังจากที่ตัวนักเรียนจบการศึกษาจริงๆ

6. สาขาวิชาที่จะเลือกนั้น เป็นสาขาวิชาที่ถูกต้อง และเป็นสาขาเดียวที่เหมาะกับอาชีพของคุณในอนาคตหรือไม่
น่าเสียดายที่นักเรียนหลายคนตัดสินใจเอกสาขาวิชาที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมกับ ความต้องการในการประกอบอาชีพของตนเอง เช่น บางคนอยากประกอบอาชีพเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย แต่เลือกเรียนเกี่ยวกับ การสอนในระดับประถมศึกษา ดังนั้น ควรจะปรึกษาอาจารย์แนะแนว หรือผู้ที่มีความรู้ในด้านนี้ก่อนการตัดสินใจเลือกสาขาวิชา

มีอาชีพมากมายที่เหมาะสมกับนักเรียนคนหนึ่งๆ ที่จบสาขาอะไรมาก็ตาม อย่าจำกัดตัวเองในสาขาวิชาที่ตนเองไม่ชอบ โดยการคิดว่าเป็นสาขาเดียวที่เหมาะในการประกอบอาชีพที่คุณต้องการ คุณอาจจะไม่ต้องจบสาขาธุรกิจมาเพื่อมาเป็นนักธุรกิจก็ได้ (นักธุรกิจหลายคน จบจากสาขาวิชาที่หลากหลายแตกต่างกัน แต่หลายๆคนก็มาเป็นนักธุรกิจที่ดีได้)

7. คุณได้เคยพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับสาขานั้นๆ บ้างหรือไม่ ไม่มี ใครที่สามารถจะให้คำอธิบายได้ดีไปกว่าผู้ที่ได้สัมผัสกับสาขาวิชานั้นจริงๆ นั่นคือ ผู้ที่จบจากสาขานั้นมา หรืออาจารย์ผู้สอนในสาขาวิชานั้นๆ ซึ่งคนเหล่านั้นจะสามารถบอกถึงข้อดี และข้อเสียของสาขาวิชานั้นได้เป็นอย่างดี
8. คุณเหมาะกับสาขานี้จริงๆหรือไม่
ไม่มีประโยชน์ถ้าคุณจะตัดสินใจเลือกสาขาที่คุณไม่ทักษะหรือพรสวรรค์ทางด้านนี้เอาเสียเลย อาชีพนักชีววิทยา, นักเขียน หรือนักหนังสือพิมพ์ ฟัง ดูอาจจะเป็นอาชีพที่น่าสนใจ หรือยอดเยี่ยมสำหรับคุณ แต่นั่นก็ไม่เหมาะสม ถ้าคุณไม่มีทักษะ เพราะคุณจะต้องคร่ำเครียด กดดัน หงุดหงิด หรือสิ้นหวังกับการเรียนไปเลยก็ได้

9. คุณจำเป็นต้องเลือกแต่สาขาที่เก่าแก่ ดั้งเดิมหรือไม่
บางสถาบันอาจจะอนุญาตให้คุณสร้างสาขาวิชาขึ้นมาเองได้ หรือบางสถาบันอาจจะอนุญาตให้คุณเลือกวิชาโทได้ด้วย วิชาโทเหล่านี้ที่คุณเลือก อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคุณในอนาคตก็ได้
--------------------------------------------------

อ้างอิงนะ :)
เว็บไซต์ต่างๆ และข้อมูลเปรียบเทียบ สำหรับใครที่กำลังเป็นเหมือนฉัน กำลังคิดว่า เรียนเมืองนอกจะเริ่มยังไงดี ลองเปรียบเทียบข้อมูลดูนะ แล้วจะเก็ต ว่าเรียนเมืองนอกไม่แพงอย่างที่คิดเลยจ้าาาาา :)

 Uplus
U+ ข้อมูลเพียบก่อนไปเรียนนอก Fanpage


 IDP
IDPEducationThailand Fanpage

EDEN
EDENEducationCentre Fanpage

Vakom
vakomoverseaseducation Fanpage

CP inter
cpinternational Fanpage